| Equivalential ( @ 2009-05-26 02:34:00 |
พอดีตอนนั่งแก้บารามอสเกิดไม่แน่ใจขึ้นมาว ่าฟีลของเนื้อเรื่องเป็นยังไงแน่ (มันนานแล้วนี่) เลยไปขุดฟิคเก่า ๆ ที่เคยเขียนค้างไว้มาอ่านเพื่อรื้อฟื้นควา มทรงจำ อ่านแล้วรู้สึกขำ ๆ ดีค่ะ เลยว่าจะเอาบางส่วนมาโปะไว้สักหน่อย เผื่อพี่กบมีเวลาว่างมาอ่าน ปกติไอ้การโพสต์ plot bunny กับของค้างคานี่มันค่อนข้างไร้สาระอยู่ก็จ ริง แต่มันก็นะ บางทีคนเราก็เป็นพวกชอบโชว์? (เฮ้ย) ถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้องเข้ามานะค้า อย่างที่บอก โพสต์นี้มันโพสต์สนองตัณหาของข้าพเจ้าเอง
ซีรีย์ส์ตัวประกอบ - ตัวละครหลัก โร,ซีบิล,ครี้ด เซ็ทที่โดนคัดทิ้งเร็วที่สุดด้วยเหตุผลว่า เขียนตัวละครกว่าครึ่งไม่ออก (อย่างนิกส์นี่จะเขียนยังไงล่ะ) แต่ไอเดียหลักก็คือ...จริง ๆ แล้วข้าน้อยคิดว่าเรื่องนี่ตัวประกอบมันมี เสน่ห์ดีทีเดียว ประมาณว่าน่าเสียดายเลยล่ะที่พวกนี้จะกลาย เป็นผู้ถูกลืมในฟิคส่วนใหญ่ ดู ๆ จากตำแหน่งหน้าที่การงานแล้วก็น่าจะทำพล็อ ต "การผจญภัยและมิตรภาพเคล้าเลือดน้ำตาที่พว กเฟรินไม่รู้เรื่องด้วย" ได้ดีแท้ ๆ เลยนะ
สินค้าตัวอย่าง :
ห้องที่สองงั้นหรือ
โร เซวาเรสคิดอย่างรู้สึกหลุดความคาดหมายขณะห อบของขึ้นบันได จากข้อมูลที่เขาได้จากสายของท่านทวด คนที่น่าจะเข้าข่ายมากที่สุดของชั้นปีนี้น อกจากเขาแล้วก็น่าจะมีแค่เจ้าชายคาโลกับใค รสักคนจากซาเรสที่คนสืบหาข้อมูลไม่ทัน แม้เขาจะเหมาเอาเองว่าน่าจะเป็นเจ้าชายอาช ูร่า ผลที่ออกมาก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายไปมากม ายอะไร นอกนั้น นอกจากเขาแล้ว ก็ไม่น่าจะมีใคร... ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะมีใคร...
เฟริน เดอโบโรว์
แปลก ทั้ง ๆ ที่เขาจำชื่อของ 'คนน่าสนใจ' ในชั้นปีนี้ได้ทุกคนตั้งแต่ก่อนมาสมัครแท้ ๆ แต่เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้แม้แต่สักครั้งเ ดียว จริงอยู่ว่าเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสม อ เขาเองก็รู้ซึ้งดีถึงความน่ากลัวของม้ามืด จริงอยู่ว่าหมอนั่นเป็น "คนน่าสนใจ" อีกแบบที่หาได้ยาก แต่ว่าสำหรับตำแหน่งสำคัญอย่างหัวหน้าชั้น ปีน่ะหรือ? หรือว่าท่านทวดกำลังทดสอบเขาไม่ให้ยึดติดก ับข้อมูลที่ได้รับฟังมาจนเกินไป?
เด็กหนุ่มส่ายหัวพรึ่บ ประตูห้องอยู่ตรงหน้า เพื่อนร่วมห้องสองคนยืนอยู่ข้างหลัง นี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคิดเรื่องไร้สาระ เขาเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู (เป็นงานหนักเอาการเมื่อคิดถึงน้ำหนักของส ัมภาระขอทานมหัศจรรย์ที่ท่านทวดอุตส่าห์ใช ้ม้าเร็วเอามาส่งให้) พร้อมหันไปส่งยิ้มให้ว่าที่รูมเมททั้งสองด ้วยมาดของผู้ชนะการประกวดชายงาม
"ถ้าห้องน่าอยู่ก็คงจะดีนะ"
"น่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ หอพักของโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กน่าจะด ีเอาการทีเดียว" เด็กหนุ่มผมสั้นสีน้ำตาลในชุดเครื่องแบบชน ิดของนักบวชตอบ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าเขาจะชื่อซีบิล จากบารามอส ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือตระกูลสเวนมีของให้ ลูกชายแบกเยอะกว่าราชวงศ์คาราคัสเสียอีก รวมทั้งอีกเรื่องที่คือ...ท่าทางของนายคนน ี้ไม่น่ามาอยู่ป้อมอัศวินได้เลย มิน่า ถึงหลุดโผของท่านทวดไปได้
ส่วนรูมเมทคนผมยาวกว่าของเขากลับผิวปากหวื อ ฉีกยิ้มเกือบถึงหู "น่าอยู่ไม่น่าอยู่มันก็ไม่เกี่ยวไม่ใช่เร อะ ถ้ามันแย่เราค่อยไปท้าประลองกับพวกหัวหน้า ชั้นปีก็สิ้นเรื่อง"
"ก็จริงของนาย" โรหัวเราะพลางเปิดประตูออก ครี้ด ธันเดอร์ เดอะวอริเออร์ ออฟ ไนล์ นายตาเดียวคนนี้ก็ดูจะไม่เลวร้ายอะไรนัก เขาไม่ถนัดคนเสียงดังแบบนี้ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ไม่ชอบ
เมื่อทั้งสามคนปิดประตูห้องตามหลังไปแล้ว โรก็พบความจริงข้อหนึ่งว่า สงครามการจองเตียงอันเลื่องลือของป้อมอัศว ินนั้นดูท่าทางจะใส่สีตีใข่ไปมากกว่าที่คิ ด
"ผมขอทางขวาได้ไหมครับ ติดกับทิศตะวันออก เวลาสวดมนตร์เช้าจะได้ไม่รบกวนคนอื่น" นักบวชแห่งบารามอสขอร้องด้วยใบหน้าเหมือนล ูกหมาถูกทิ้ง แน่นอนว่าไม่มีใครคิดปฎิเสธ
"ฉันเอาตรงกลางละกัน เข้าห้องมาเจอเตียงเลย ง่ายดี" นักรบแห่งไนล์แจกแจงด้วยเหตุผล พร้อมทั้งหิ้วกระเป๋าเข้าไปวางจองอย่างไม่ ฟังอีร้าค่าอีรม
ทิ้งให้ขอทานแห่งทริสทอร์ยืนทำตาปริบ ๆ อยู่หน้าประตูด้วยอาการหลุดความคาดหมายคำร บสอง ก่อนจะลากกระเป๋ามหาสมบัติของตัวเองไปวางห น้าตู้เสื้อผ้าที่ปลายเตียง (ที่โดนมัดมือชกให้เป็น) ของตัวเอง นักบวชสเวนเองก็กำลังลากกระเป๋ามาจัดที่ตู ้ข้าง ๆ เช่นกันขณะที่นายครี้ด ธันเดอร์นอนตีพุงอยู่บนเตียงกลาง สายตามองเด็กเจ้าระเบียบทั้งสองอย่าเก็บปร ะกายขำไม่มิด
ท่านทวดครับ ท่านพ่อครับ ไหนล่ะครับสงครามแย่งเตียงที่เต็มไปด้วยเล ือดและน้ำตาที่ท่านเคยเล่าให้ผมฟัง หรือว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นการทดสอบเหมือนกัน หรือว่าจริง ๆ แล้วทั้งหมดเป็นแผนของสองคนนี่ เป็นความคิดของเด็กหนุ่มขณะหาที่วางให้ขัน น้ำ สบู่สำรอง กางเกงใน ของที่ระลึก และอื่น ๆ อีกจิปาถะ เขาแยกอุปกรณ์การเรียนไว้ต่างหากสำหรับวาง ที่โต๊ะ แต่มันก็ยังเยอะอยู่ดี การจัดของมาราธอนดำเนินไปประมาณยี่สิบนาที ได้ก่อนที่นักบวชกับขอทานจะปิดประตูตู้โคร มแทบจะพร้อม ๆ กัน ซีบิลเดินกลับไปนั่งที่เตียง ส่วนโรเลือกนั่งที่โต๊ะตัวกลาง
"เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนะครับ" เด็กหนุ่มหน้าหวานเริ่มอย่างคนมีมารยาทงาม เมื่อเห็นว่ารูมเมททุกคนในห้องเข้าที่กันด ีแล้ว "ซีบิล สเวนครับ อย่างที่คงได้ยินแล้วตอนรุ่นพี่เรียก ครอบครัวเป็นนักบวชอยู่ที่บารามอสครับ จากนี้ไปต้องขอฝากตัวด้วย"
"โร เซวาเรส ขอทานจากทริสทอร์ มาเรียนที่นี่เพื่อเปลี่ยนอาชีพ" เขาต่อ ยิ้มนิด ๆ ...ว่าไปแล้วก็ไม่ได้โกหก "ยินดีที่ได้รู้จัก"
"ครี้ด ธันเดอร์ จากไนล์" นายตาเดียวยังคงฉีกยิ้มกว้าง ทำให้รู้สึกว่านี่คงเป็นแบบฉบับของเขา "ขอทานเรอะ นายไปได้เงินค่าเล่าเรียนมาจากไหนกัน อย่าบอกนะว่าเงินขอทานน่ะพอ"
"เงินค่าสมัครน่ะเยอะก็จริง แต่นายก็ไม่ควรเข้าใจผิดเรื่องกลยุทธ์ทางธ ุรกิจของอาชีพฉัน" โรตอบหน้าตาย " ถ้านายไปเมืองใหญ่ ๆ อย่างเวนอล มั่นใจได้เลยว่าขอทานหลายคนในนั้นจะมีเงิน ใช้วันต่อวันมากกว่าชาวนาสักคนหลายเท่า โดยเฉพาะถ้าขอทานคนนั้นมีความสามารถทางการ ปลอมแปลงหน้าตาให้โทรมหนัก ๆ กว่าเดิมหรือมีทำเลทองใกล้ ๆ กับวัด อาจได้เงินวันหนึ่งหลายร้อยคราวน์ก็ได้"
"หือ" ครี้ดเลิกคิ้ว หน้าตาสนุกเต็มที่ในขณะที่ซีบิลตาโตเท่าไข ่เป็ดจากแรงช็อก "ถ้าขอทานมันเงินดีขนาดนั้นแล้ว นายยังจะมาเปลี่ยนอาชีพทำไมอีก"
"รู้อะไรรู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล" โรย้อนด้วยบทกลอนจากวรรณคดีโบราณของฟรานซ์ "ฉันไม่ได้เชี่ยวชาญในอาชีพนักหนานี่ ถ้าไม่ชำนาญ ไปทำอย่างอื่นซะไม่ดีกว่ารึ แล้วในเอเดนนี่จะมีโรงเรียนสายอาชีพที่ไหน ดีกว่าโรงเรียนพระราชาแห่งเอดินเบิร์ก"
เซ็ทกิลดิเรก - เรื่องของสมดุลอำนาจกับความตึงเครียดทางกา รเมืองระหว่างราชวงศ์กับศาสนจักรในกิลดิเร ก ประเทศไหนที่ศาสนายุ่งกัยการเมืองมาก ๆ นี่เห็นมีปัญหาทุกที แล้วไอ้ประเทศนี้มันก็มีเรื่องน่าสนใจเรื่ องพรมแดนกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและวัฒนธร รมที่เหมือนจะขัดแย้งกันหลาย ๆ อย่าง คดีฆาตกรรมต่อเนื่องของบรรดาบิชอปหนุ่มสาว แถมเรื่องการคุ้มครองสัตว์สงวน(มังกรดอกไม ้)เป็นพล็อตรอง กัสเป็นพระเอกก็จริงแต่ถ้านับจากบทที่คิดว ่าจะแจกแล้วโคลว์เด่นที่สุดนะ? (ตัวละครที่กะว่าจะใช้ กัส โคลว์ เอ็ดเวิร์ด มาทิลด้า ตัวละครนักบวชอื่น ๆ ประกอบ) เป็นอะไรที่เขียน snippet ไว้เยอะจัดเพราะพล็อตมันวุ่นวาย
สินค้าตัวอย่าง :
บรรยากาศในเกวียนเริ่มกร่อยสนิทภายในสิบสา มนาทีแรกของการเดินทาง แม้รายทางข้างถนนจะเต็มไปด้วยดอกไม้หลายสี สันที่หลับไหลอยู่ใต้หิมะมานานหลายเดือน แต่ผู้โดยสารทั้งสามของเกวียนไม้เล็ก ๆ นั้นก็ดูจะไม่รื่นรมย์กับบรรยากาศงดงามรอบ ตัวแม้แต่น้อย ในจำนวนนั้น เด็กหนุ่มร่างท้วมค่อนไปทางอ้วนในชุดของนั กบวชชั้นบิชอปเหลือบมองคนสองคนที่เหลือแล้ วก็ได้แต่สวดภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าว่ามัน ไม่ใช่ความผิดของเขา
โคลว์ อาร์มสตรองหันหน้าไปมองทางซ้าย รู้สึกเหมือนจะร้องไห้เต็มทน ที่หน้าต่างซ้ายมือของเกวียนสุดแคบ (สำหรับเขา) มีร่างผอมบางของเพื่อนร่วมสถาบันชาติ ศาสนา และหอพักโรงเรียนกินนอนคนหนึ่งนั่งอยู่ ผมเปียสีเงินยาวลุ่ย ๆ ออกเหมือนเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจ เด็กหนุ่มดูสงบราวกับกำลังทำพิธีศีลจุ่มอย ู่ในโบสถ์ หากแต่ใครหน้าไหนก็สามารถจับบรรยากาศบูด ๆ ที่แผ่ออกมารอบ ๆ ราวกับออร่าศักดิ์สิทธิ์ได้ทั้งนั้น แน่นอนว่าความบูดทั้งหมดมีเป้าหมายมุ่งที่ เขา
ก็เขาไม่เคยคุยกับกัสนี่ แต่จะไม่พูดอะไรเลยก็เหมือนจะอึดอัดเกินไป ก็เลยแค่ถามว่าจะให้เขาช่วยแก้เปียให้ใหม่ หรือเปล่าเท่านั้นเอง
ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลย
คิดได้ดังนั้นแล้วตาของผู้มีศักดิ์ทางศาสน าสูงกว่าก็เริ่มรื้น ๆ ขึ้นด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นที่สุด เบือนหน้าหนีจากเพื่อนเจ้าของตำแหน่งสิบสอ งผู้พิทักษ์ป้อมแล้วหันไปทางขวาแทน
เอ็ดเวิร์ด ลอเรนโซ่ อีกหนึ่งนักบวชหนุ่มร่วมป้อมและร่วมชาติขอ งเขากำลังหันไปชมวิวนอกหน้าต่างด้วยสีหน้า ไม่แยแสเหมือนกับเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนจะขึ้นเกวียนก็ยังคุยสัพเพเหระกันด ี ๆ อยู่เลย ทำไมกันล่ะ ทำไม เรื่องผมเปียของกัสนี่เป็นเรื่องต้องห้ามข นาดนั้นเลยหรือ แม้กระทั่งเอ็ดเวิร์ดก็ยังทำตัวห่างเหินกั บเขาไปด้วย จริงอยู่ว่าเขาไม่ค่อยได้คุยกับทั้งสองคนเ ท่าไหร่ ทั้งปกติเวลาไปโรงเรียนก็ไม่ได้ไปในขบวนเด ียวกัน แต่เขาคนเดียวหรือที่คิดว่าทุกคนในป้อมเป็ นเพื่อน
อยากกินซาละเปาดับทุกข์จัง
บิชอปแห่งกิลดิเรกได้แต่คิดคร่ำครวญในขณะท ี่เกวียนเดินทางยังคงมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง ขรุขระ ถนนสายที่เขาไม่คุ้นและไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ ในโลก เขาไม่รู้ว่าทำไมกัสกับเอ็ดเวิร์ดถึงเลือก ใช้ถนนสายแยกออกจากสายหลักที่แสนจะสบาย แต่เขาอยากไปให้ถึงเอดินเบิร์กที่นี่เดี๋ย วนี้เลย ไม่อยากอยู่ในรถอึดอัดคันนี้อีกต่อไป ใจจริงแล้วเขาไม่ได้กะว่าจะเดินทางไปพร้อม กับเพื่อนทั้งสองคนเลยสักนิดด้วยซ้ำ...ตาม ปกติแล้วนักบวชชั้นบิชอปขึ้นไปจะมีเกวียนจ ากศาสนจักรคอยไปรับไปส่งให้เวลาเดินทางและ ทุกทีเขาก็ใช้บริการเกวียนนี้แหละ มีวันนี้เองที่เกวียนเกิดไม่มาตามนัด ทำให้เขาต้องหาหนทางอื่นออกเดินทางให้ได้ภ ายในวันนั้น ระยะทางจากกิลดิเรกไปเอดินเบิร์กนั้นไกลมา ก ออกเดินทางช้าไปสักวันอาจไปสายสักอาทิตย์ก ็ได้
ตอนแรก เขาดีใจแทบตายที่บังเอิญไปเจอกัสกับเอ็ดเว ิร์ดเข้า นอกจากจะได้รอดพ้นจากวิกฤติแล้วยังมีเค้าว ่าจะเป็นการเดินทางที่สนุกอย่างคาดไม่ถึงอ ีกต่างหาก ก็เกวียนของศาสนจักรน่ะสบายก็จริงแต่ทุกคน ในนั้นก็ทำตัวห่างเหินจะเป็นจะตาย เดินทางกับเพื่อนน่าจะดีกว่ากันเยอะ โคลว์ไม่เคยมีเพื่อนนอกหมู่บ้าน เขาไม่เคยได้ไปไหนกับใครยกเว้นครอบครัวตอน ที่ออกเดินทางไปเมืองหลวง เคยแต่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางอ ันสนุกสนานมากมาย ทั้งตอนที่ทุกคนไปที่สกอร์ปิโอกันก็มีเขาท ี่ถูกศาสนจักรตามตัวจนไม่ได้ไปไหนเลย
อุตส่าห์ตื่นเต้นมากมาย แล้วนี่มันอะไรกัน เขาอาจจะทำให้ทั้งสองคนตกใจที่อยู่ ๆ ก็มาขอติดเกวียนไปด้วย แต่ก็ไม่เห็นต้องห่างเหินเลยนี่นา
บิชอปตัวป้อมก้มลงมองพื้นอย่างเศร้าสลด
กว่าโคลว์ผู้น่าสงสารจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเ อ็ดเวิร์ดกำลังกลั้นหัวเราะด้วยแรงเฮือกสุ ดท้ายของคนเจียนตาย ส่วนกัสก็กำลังพยายามเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก ับเพื่อนสนิทสุดชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงการฟา ดปาก ก็หลังจากนั้นอีกหลายวัน
****
ตั้งแต่จำความได้ ทุกครั้งที่มีคนถามว่าอนาคตอยากเป็นอะไร เขาจะตอบเสมอว่า "นักดาบลือนาม ผู้ไร้พ่ายทุกสารทิศ"
ตั้งแต่จำความได้ ช่วงเช้าของทุกวันจะประกอบไปด้วยซุปข้าวโอ ๊ตข้น ใส่ผักกับนมตามที่เงินจะพอหาได้ ต่อด้วยการฝึกรอบเช้ากับครูดาบในหมู่บ้าน บางวัน น้องของเขาก็จะออกมาส่งเสียงเชียร์อยู่ข้า งสนามซ้อม ตอนเย็น มักเป็นเรื่องของการทำแผลเป็นส่วนใหญ่ เด็กวัยขนาดเขามักเป็นแผลเต็มตัวกลับมาทุก วันก็จริง แต่เขาก็จำได้ว่าท่านแม่เคยบ่นอยู่เสมอ บ่นว่ามีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ได้แผลช้ ำแผลใหญ่ติดตัวมาทุกวัน จนบางทีต้องร้อนถึงท่านยายต้องมาช่วยใช้เว ทย์รักษาให้
เป็นเวลาสิบสองปีที่เอ็ดเวิร์ด ลอเรนโซ่ สาบานตนให้แก่วิถีแห่งดาบ
ปีที่สิบสาม เช้าที่แตกต่างออกไป เช้านี้ยังเป็นเช้าที่สดใส ฤดูกาลที่สวยที่สุดของปี ในช่วงเดือนนี้ของทุกปีเด็กในหมู่บ้านของเ ขาจะออกไปเดินป่ากันเป็นกลุ่ม ๆ คอยเก็บเกล็ดของมังกรดอกไม้ที่สลัดทิ้ง หรือหลุดออกมาจากการต่อสู้แย่งอาณาเขต แต่ปีนี้มีสองอย่างที่ไม่เหมือนเดิม
อย่างแรก เอ็ดเวิร์ดไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว อย่างที่สอง เขาไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านที่เขาเกิดมา
เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่แจ้งด ี เสียงระฆังโบสถ์ดังหง่างเหง่ง หนวกหูพอที่จะปลุกได้แม้กระทั่งคนขี้เซาที ่สุดในโลก เขายกมือขยี้ตาน้อย ๆ พลางคลำหาแว่นที่หัวเตียงด้วยมืออีกข้างหน ึ่ง อากาศเย็นเฉียบของยามเช้าทำให้ไม่อยากลุกจ ากเตียงเป็นที่สุด แต่จะทำยังไงได้ เขายื่นมือออกไปคว้าผ้าที่แขวนไว้ข้างผนัง ทันทีที่เลื่อนแว่นขึ้นบนสันจมูก เปลี่ยนจากชุดนอนสีน้ำตาลเข้มเป็นเสื้อคลุ มขาวสลับน้ำเงินด้วยความเร็วเหลือเชื่ออัน เกิดจากความเคยชิน ยังไงซะชุดนี้ก็ไม่มีกระดุมมากเท่าไหร่ ทำให้อากาศหนาวไม่เป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ย นเสื้อมากนัก
เมื่อระฆังดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เอ็ดเวิร์ดก็ออกจากห้องของตัวเองไปแล้ว ทุกคนจะต้องออกไปจากห้องพักก่อนฟ้าขึ้นสีเ รื่อหรืออีกความหมายหนึ่งคือระฆังครั้งที่ สี่ เมื่อครั้งที่ห้าดัง จะต้องไม่มีใครเหลืออยู่ภายในตัวอาคารอีกต ่อไป เขายังไม่รู้กฎในวันแรกที่ย้ายเข้ามา แต่เอ็ดเวิร์ดตั้งเป้าไว้แน่นอนแล้วว่าจะต ้องไม่มีรายการล้างจานสามเดือนอีกเป็นครั้ งที่สอง
เขาเดินไปรวมกับทุกคนที่โรงอาหาร ตึกหินเก่าแก่ทำท่าจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ ทุกคนใส่เสื้อคลุมขาวน้ำเงินแบบเดียวกัน มีบางคนเท่านั้นที่มีแถบสีเหลืองติดที่รอบ แขน หนึ่งแถบบ้าง สองแถบบ้าง ณ เวลานี้ยังไม่มีใครพูดอะไร สำหรับนักบวชชั้นฝึกหัดอย่างเขาและคนที่นี ่ จะพูดได้ก็ต่อเมื่อเวลาอาหารจบลงแล้วเท่าน ั้น ยังไงก็เถอะ เอ็ดเวิร์ดไม่ค่อยรู้จักคนรอบตัวเขามากนัก และไม่คิดจะทำความรู้จักไปมากกว่าที่จำเป็ น
ระฆังดังขึ้นเป็นครั้งที่สี่ เป็นสัญญาณให้นั่ง เก้าอี้ไม้เก่าคร่ำคร่า บนโต๊ะยาวจากหัวห้องไปจนถึงท้ายห้องมีชามว างเรียงรายไว้แล้ว แต่ละชามใส่ซุปผักใส ข้างจานมีขนมปังให้หนึ่งชิ้น เป็นอันว่าพอกับอาหารเช้า
*****
เซ็ทข้าวแกงปริศนา : รู้สึกเหมือนจะเคยแปะตอนแรกตอนย้าย journal ใหม่ ๆ แต่ไหน ๆ ก็คงไม่มีปัญญาเขียนตอนที่สอง --- เล่านิดนึงละกันนะคะ ข้าวแกงที่ว่าเป็นปัญหาคืออยู่ ๆ ข้าวแกงสำเร็จรูปในโรงครัวเอดินเบิร์กก็หา ยไปหมดโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย แถมอาหารที่เหลืออยู่บางชนิดก็มียาพิษใส่ไ ว้ซะอีก ทำให้ริชาร์ดต้องออกมาสางปมปริศนาโดยมีบาโ รเป็นบอดี้การ์ดของนักเวทย์ผู้อ่อนแอ (จริง ๆ แล้วแกแค่อยากได้คนแบกของน่ะ) คนร้ายจริง ๆ แล้วเป็นเสธของหอประชาชนที่เอียงซ้ายจัดถึ งจัดมากและไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงกับการให ้นักเรียนกินดีอยู่ดีกว่าคนอื่น ๆ เลยคิดวางแผนวินาศกรรมอาหารเพื่อแสดงเจตนา รมณ์ สุดท้ายบาโรปล่อยหมอนี่ไปแล้วให้ป้อมอัศวิ นช่วยออกค่าเสียหายให้ ทำให้โรเวนต้องมาปวดหัวติดตัวแดงถึงปัจจุบ ันนี้..
Vignette เหตุเกิดในเล่มสี่ : สงครามเอเดน - เดมอสกับบรรดาตัวประกอบและหัวใจกษัตริย์ เกือบจบแล้ว แต่ก่อนจะจบก็ได้ทุนซะก่อนน่ะค่ะ...กว่าจะ หันมาจิ้ม ๆ ดูอีกที fandom บารามอสก็ไม่เหลือแล้ว แต่จะทิ้งไว้สนิทเลยก็เสียดายน่ะ ฟิคไทยรีไซเคิลไม่ได้ด้วย (จะว่าไป โพสต์นี้ก็อยากแปะอันนี้แหละมากที่สุด)
สินค้าตัวอย่าง :
"แผลไม่หนักหนาสาหัสอะไรมากครับ พักผ่อนให้สบาย อีกสักวันสองวันก็น่าจะกลับสนามรบได้แล้ว แต่ต้องไม่ฝืนตัวเองเกินไปนะครับ" เด็กหนุ่มหน้าตาดีในชุดเครื่องแบบของกองเด ินสารอธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในเต็นท์พยาบาล ทหารที่เพิ่งถูกส่งกลับมาจากแนวหน้า เต็นท์ที่เต็มไปด้วยเสียงโอดครวญของคนเจ็บ กลิ่นของความตาย กับความเครียดที่ปะทุขึ้นเอา ๆ ของบรรดาแพทย์สนามผู้มีงานล้นมือ
ตามปกติแล้ว รอยยิ้มนี้ควรได้รับตอบแทนด้วยรอยยิ้มจากผ ู้ป่วยเช่นกัน แต่ที่นี่ไม่ใช่โรงหมอปกติ และสนามรบนี้ก็ไม่ใช่สนามรบปกติ
"ไม่ฝืน หมายความว่าจะให้ฉันไปทำตัวเป็นตัวถ่วงเขา น่ะรึ เจ้าหนุ่ม กองฉันตายหมดแล้ว จะฝืนไม่ฝืนเดี๋ยวฉันก็ต้องตาย นักรบก็ต้องตายในศึกใหญ่ เรื่องธรรมดา"
นักรบบาดเจ็บชาวคาโนวาลแยกเขี้ยวให้เด็กหน ุ่มที่เริ่มขมวดคิ้วขึ้นเป็นครั้งแรก
"ดูจากเสื้อของเธอแล้ว คงเป็นกองเดินสารที่ส่งมาจากเอดินเบิร์กสิ นะ กองทัพทำงานได้เพราะทุกคนทำหน้าที่ของตัวเ อง ข่าวสารในสมรภูมิมีค่าพอจะฆ่าคนได้เป็นร้อ ย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่"
"ผม..."
เด็กหนุ่มขยับปากจะตอบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้พูดอะไรมากกว่า นั้น เสียงแตรปรับขบวนก็ดังตัดผ่านอากาศมาจากทิ ศของสนามรบ พร้อม ๆ กับเสียงตะโกนเอะอะลั่นค่ายที่เหมือนจะมาจ ากทุกสารทิศ ทั้งเสียงม้า เสียงคน เสียงดาบ และเสียงเวทย์
"แย่แล้ว"
เขาอุทาน ก่อนจะยันตัวขึ้นอย่างเร่งรีบด้วยคทาเวทมน ตร์ที่เปลี่ยนสภาพมาเป็นไม้เท้าเฉพาะกิจ นายทหารจากคาโนวาลมองปฎิกิริยาของเด็กหนุ่ ม จึงปรากฎรอยยิ้มกร้านขึ้นได้บ้าง
"นั่นไง เจ้าหนุ่ม งานของเธอมาแล้วใช่ไหมล่ะ"
พูดพลางชี้มือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกไปที่ป ากทางเข้าเต็นท์ แม้จะอยู่ในมุมลึกสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก ก็ยังสามารถเห็นเด็กหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งกำล ังพยายามเตรียมม้าเร็วอย่างรีบร้อนทุลักทุ เล ระยะทางไกลกับความวุ่นวายเองก็ไม่สามารถปิ ดบังชุดเครื่องแบบของกองเดินสารที่ทุกคนใส ่อยู่ได้
"กลับไปทำงานของเธอซะ"
เด็กหนุ่มหันมามองหน้าเขาเหมือนอยากพูดอะไ รบางอย่าง แต่ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนใจ เขาหันกลับไปทางออกของเต็นท์ วิ่งออกไปหาเพื่อน ๆ ซึ่งโบกมือพลางตะโกนเรียกในทันทีที่เห็นเข าปรากฎตัวจากเต็นท์พยาบาลสนาม
ผมแค่อยากทำทุกอย่างที่ทำได้
นักรบคาโนวาลไม่ได้ยินเสียงเบา ๆ ของเด็กคนนั้น เสียงของเด็กหนุ่ม ที่เหมือนจะตอบกับตัวเองมากกว่ากับใครที่ไ หนในโลก
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เขาก็แค่อยากทำทุกอย่างที่ทำได้ พยายามให้สุดกำลัง สุดหัวใจ อย่างน้อยจะได้มีคำปลอบโยนยามผิดหวังว่า ทำดีที่สุดแล้ว...
เขาแค่อยากทำทุกอย่างที่ทำได้ ก็เท่านั้น
ฟ้ามืด พระจันทร์ส่องแสงสว่าง นวลเย็นอย่างไม่น่าเชื่อท่ามกลางแสงสีแดงร ้อนของคบไฟนับพันในค่ายพัก เสียงคนยังคงดังพลุกพล่าน แม้ว่าทหารส่วนใหญ่จะเข้าพักไปแล้ว แต่สำหรับเวรยาม คนครัว ผู้ดูแลม้า หน่วยหาเสบียง ไปถึงหน่วยอื่น ๆ มากมายจิปาถะที่ประกอบตัวกันขึ้นมาเป็นสิ่ งที่เรียกว่า ทัพแห่งเอเดนแล้ว มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งคืน ที่ยาว สับสน และวุ่นวาย
แองเจลิน่า โรมานอฟ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงดังโครมบนผ้าที่วางไว้บนกอง ฟางแทนเตียง เธอรู้สึกเหมือนว่างานของวันนี้เหนื่อยเป็ นพิเศษ สายตาที่จ้องมองเพดานก็พร่ามัวอย่างที่ไม่ ค่อยจะเป็น แม้กระทั่งในช่วงของการสอบที่หนักหนาที่สุ ด
ฝันร้าย ทุกอย่างเหมือนกับฝันร้าย นับตั้งแต่วันนั้นที่เอดินเบิร์ก
เฟริน เดอโบโรว์ หัวหน้าชั้นปีที่พึ่งไม่ได้ นายคนนั้นที่พึ่งไม่เคยได้ คนที่เอาแต่ทำหน้าทะเล้น หาเรื่องยุ่งมาให้คนอื่นวุ่นวายไม่เว้นแต่ ละวัน คนที่เคยเป็นเฟริน เดอโบโรว์คนนั้นในยามที่สันติสุขเปี่ยมล้น ราวกับเป็นเรื่องโกหก...แค่วันนั้น แค่วันนั้นวันเดียว เขาก็กลายเป็นอะไรสักอย่าง ไม่ใช่คนที่เธอรู้จักอีกต่อไป
เฟลิโอน่า เกรเดเวล เจ้าหญิงเดมอส ธิดาแห่งความมืด ลูกสาวของจ้าวปีศาจเอวิเดส ศัตรูของพวกเธอในคราวนี้ ศัตรูที่ผ่านมาตลอดห้าพันปี...
เฟริน เป็นสิ่งที่แตกต่างจากพวกเธอขนาดนี้เชียวห รือ
แค่คิด แองเจลิน่าก็ไม่สามารถยับยั้งมือของตัวเอง ไม่ให้สั่นได้ เป็นอย่างนี้มาตลอดตั้งแต่วันนั้นที่เอดิน เบิร์ก ที่เพื่อนกลายเป็นศัตรูขายชาติ ที่หมอนั่นกลายเป็นเทพีสงคราม กุญแจชัยชนะ...
แย่ที่สุด แย่ที่สุด ไม่ว่าหมอนั่นจะเป็นใคร...
เธอก็ไม่ควรจะกลัวเพื่อนของตัวเอง...ไม่คว รจะกลัวเฟรินไม่ใช่หรือ ยิ่งเป็นเฟริน ยิ่งเป็นเขา...เธอก็ยิ่งไม่ควรแม้แต่จะคิด ว่า สิ่งที่เธอรู้จักจะไม่มีอยู่จริง ไม่ใช่หรือ
เธอเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้
ตั้งแต่วันนั้นมา ทุกอย่างก็เหมือนเปลี่ยนไป การที่ผู้คุมกฎแห่งป้อมอัศวินกลายเป็นคนทร ยศพาธิดาแห่งความมืดหนี เป็นเรื่องใหญ่อย่างคาดไม่ถึงที่สั่นคลอนแ ม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อคนหลายคนเริ่มกล่าวโทษความเป็นทริสทอ ร์...
ยังไม่นับรวมถึงเรื่องของคาโล หัวหน้าชั้นปีที่ตั้งแต่ถูกพาตัวกลับมาก็ย ิ่งเย็นชา พูดแต่เรื่องงาน คิล หัวหน้าชั้นปีอีกคนที่ได้แต่หัวเราะเหมือน ไม่มีอะไร
แต่มีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป
แองเจลิน่ารู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่ างที่มองไม่เห็นกำลังแหลกสลายไปต่อหน้าต่อ ตา อะไรบางอย่างที่มีค่ายิ่ง ที่เธอไม่เคยแม้แต่จะมองเห็นในช่วงวารวันอ ันมีแต่ความสงบสุข เธอพลิกตัวไปอีกข้างหนึ่งของเตียง ข้างที่หันไปทางประตูเข้ากระโจมที่พัก ตอนนี้ทุกคนคงยังอยู่ในโรงครัว กินอะไรก็ได้ที่เหลือจากทหารอันเป็นกองกำล ังที่แสนสำคัญ
วันนี้ เสียงหัวเราะของครี้ดเหมือนจะเครียดขึ้น เบาขึ้น โกรธแค้นยิ่งขึ้น หรือเปล่านะ?
หมอนั่นแค้นใครหรือ
วันนี้ ยิ้มของซีบิล เหมือนจะแห้งเหือดลงหรือเปล่า?
หมอนั่นสิ้นหวังกับอะไรหรือ
วันนี้ มาทิลด้าไม่ได้ตบโต๊ะให้ทุกคนอยู่ในความสง บเหมือนเดิม ใช่ไหม?
ทุกคนค่อย ๆ เงียบกันไป เพราะอะไรหรือ
อดถามคำถามพวกนี้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รู้คำตอบดี
มีอะไรบางอย่างแตกร้าว เว้าแหว่ง ไม่รู้จะหาเติมเต็มที่ตรงไหน และไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของเพื่อนร่วมป้อม สองคนที่ได้ข่าวว่าหนีหายไปอยู่กับเดมอสแล ้วเท่านั้น...แต่ในค่ายทหารที่ใหญ่ราวกับเ รื่องโกหก มีแต่เรื่องวุ่นวายราวกับเรื่องโกหก มีแต่คนตายราวกับเรื่องโกหกนี่...เธอไม่รู ้เลยว่ามีที่ไหนในนี้ ที่มีช่องว่างให้เสี้ยวหนึ่งของเรื่องธรรม ดา ๆ ชีวิตธรรมดา ๆ ในเอดินเบิร์กได้อยู่บ้าง ที่ไหนบ้างที่มีรอยแตกเล็กน้อย ให้พวกเธอได้นึกถึงอาหารของห้องอาหารดราก้ อน หรือรายงานของอาจารย์เจ้าชายชามัล ตรงไหนบ้าง ในเมื่อจังหวะของสงครามทั้งรีบเร่ง ทั้งดูสิ้นหวังเสียจนไม่มีเวลาไหนเลยที่เธ อจะได้คิดเรื่องอื่นนอกจากสงคราม สงคราม และสิ่งที่เกิดจากสงคราม
ทหารที่มาจากประเทศต่าง ๆ เขาคิดกันอย่างนี้หรือเปล่านะ
แองเจลิน่าไม่ทันได้คิดหาคำตอบของคำถามนั้ น เพราะสายตาเหลือบไปเห็นเงาร่างของเพื่อนพา กันเดินมา ผ่านแสงคบเพลิงหน้ากระโจมที่พัก คนเดินนำหน้าทุกคนคือคิล ตามหลังด้วยครี้ด เจค เรนอน มาทิลด้า กัส เอ็ดเวิร์ด อาชูร่า คนที่เหลือคงกระจัดกระจายอยู่ที่ไหนสักแห่ งในค่าย ที่จริง ๆ แล้วค่อนข้างปลอดภัย แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด
เธอตัดสินใจที่จะแกล้งทำเป็นหลับ ก็ใช้ข้ออ้างว่าเหนื่อยขอตัวออกมาจากโต๊ะอ าหารนี่นา จะไม่แสดงให้สมบทบาทก็ไม่ได้ แล้ว...เธอเองก็ไม่ค่อยอยากคุยกับใครมากมา ยนักในเวลานี้
แม่มดแห่งวิทช์ค่อย ๆ หลับตาลง ปิดโลกที่รับรู้ได้ให้เหลือเพียงการได้ยิน กลิ่น และสัมผัสสาก ๆ ของผ้าปูฟางเท่านั้น
แม้เวลาที่รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นควันไฟและค วามตึงเครียดเช่นนี้ นิกส์ก็ยังคงร้องเพลง
ทิวดอร์คิดในใจขณะเท้าแขนนั่งฟังอย่างสงบอ ยู่ในโรงครัว เขาจัดการกับอาหารเสร็จไปนานแล้ว แต่ด้วยความไม่ง่วงนอน การนั่งปะปนอยู่กับพวกทหารจึงดูเป็นตัวเลื อกที่ดีกว่า
ถ้าท่านแม่ได้ยินเข้า จะว่ายังไงกันนะ
เสียงพิณของเพื่อนร่วมชั้นเรียนฟังดูดีกว่ าปกติในวันนี้ จังหวะเพลงหนึ่งช้า หวาน เหมือนกับเพลงรักของทหารที่ส่งให้สาวสักคน ในดินแดนบ้านเกิด...และก็ดูจะเป็นแบบนั้น เมื่อนายทหารในชุดของกองกำลังสนับสนุนเวนอ ลคนหนึ่งหน้าแดงไปถึงหู ในขณะที่เพื่อนร่วมกองต่างก็ผิวปากล้อกันใ หญ่ ไม่ต่างอะไรจากที่ป้อมอัศวิน
นายทหารคนนั้น อายุไม่น่าจะเกินสิบแปดปี
ปีนี้เขาอายุสิบหก แม้จะอ่อนกว่า แต่เขาก็มั่นใจในฝีมือตัวเองไม่ใช่หรือไง? อย่างโร...หรืออย่างคาโล...อย่างคิล...เขา ไม่เชื่อว่าคนที่เขารู้จัก จะมีฝีมือน้อยไปกว่าทหารที่นั่งเรียงรายกั นอยู่ที่นี่
น่าเจ็บใจ
เพลงเปลี่ยน จังหวะเปลี่ยน จากดนตรีรักหวานซึ้งกลายเป็นทำนองสูงก้องเ หมือนเพลงพื้นบ้านของชุมชนในหุบเขา คนที่เคยเอะอะล้อเลียนกันอยู่เมื่อกี้ก็กล ับเงียบลง เพลงนี้ทำให้คิดถึงบ้านหรือเปล่านะ
นิกส์ เพื่อนที่แทบไม่เคยได้คุยกัน หมอนั่นไปเรียนเพลงมากมายพวกนี้มาจากไหน
เขาคิดถึงเพลงประจำท้องถิ่นของวิทช์ เพลงเห่เรือที่พวกคนหนุ่มจะร้องรับกับหญิง สาวขณะข้ามทะเลสาบกว้างใหญ่ที่ใสเหมือนกระ จก บางเพลงยังคงเป็นภาษาเก่าของประเทศเขา ภาษาที่ตายไปแล้วเมื่อหลายพันปีก่อนแต่ยัง คงหลงเหลืออยู่บ้างในน้ำคำของดนตรี เสียงกระดิ่งที่ผูกข้อเท้าของเด็กเล็ก กับชื่อเฉพาะที่พวกเขาใช้เรียกทะเลสาบจำนว นนับไม่ถ้วนของแผ่นดินเกิดโดยที่คนภายนอกไ ม่ต้องเข้ามารับรู้
เขาเคยทะเลาะกับท่านแม่ใหญ่โตกับเรื่องที่ สุดท้ายแล้วก็ไม่เป็นเรื่อง
ถ้าท่านแม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่แนวหน้า ท่านแม่จะว่าอย่างไรนะ ไม่สิ ยังไงท่านก็ต้องรู้อยู่แล้ว รวมถึงเรื่องปัจจัยเหตุและผลอื่น ๆ ด้วย
นักดนตรีหนุ่มเปลี่ยนเพลงอีกครั้งหนึ่ง เปลี่ยนจังหวะจากช้าและแสนเหงาเป็นเร็ว ดุดัน และเต็มไปด้วยพลังของความโกรธและความภูมิใ จ ทิวดอร์อดรู้สึกไม่ได้ว่าเขาเคยได้ยินเพลง นี้มาก่อน จากที่ไหนสักแห่งที่แตกต่างจากที่นี่ราวพล ิกฝ่ามือเป็นหลังมือ ดนตรี ดนตรี บทเพลงนี้เป็นของผู้ใด บทเพลงที่ดูเหมือนจะพูดถึงความมั่นใจและปร ารถนาอันแรงกล้าของกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว...
"นายไม่คิดจะนอนหรือไงวันนี้"
โซโร วันวิลเงยหน้าถามเพื่อนร่วมป้อมของเขา หลังจากก้มหน้างุดกับการดูแลดาบเป็นเวลานา นหลายชั่วโมง ดาบดีก็เหมือนกับลูก ถ้าไม่ดูแลบ่อย ๆ ถนอมให้ดี ๆ มันก็มักจะมีอันเป็นไปในทางมิชอบได้
คนที่นั่งตรงข้ามเขา เดท ไฟเออร์ ผู้มักจะหลับได้เสมอไม่เว้นเวลาและสถานที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งบนต้นไม้กลางวันแสก ๆ กลับนั่งตาโพลงอยู่อย่างไม่มีเค้าของความง ่วง ชนิดที่อาจทำให้อาจารย์หลายคนในโรงเรียนพร ะราชาอาจอ้าปากค้างได้ด้วยความไม่เชื่อสาย ตาตัวเอง เพียงแต่ว่า...สีหน้าปลาตายของเดท เป็นสิ่งบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าเขาไม่ได้ไม ่นอนเพราะรู้สึกว่าตื่นมันสนุกกว่าหลับ
"นอนไม่หลับ"
เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่สำหรับโซโรแล้วเป็นตัวยืนยันได้ดีว่าวั นสิ้นโลกมีจริง เขาวางดาบลง นั่งจ้องหน้าเพื่อนอย่างที่หวังว่าจะแสดงไ ด้ชัดเจนว่าไม่ตลก
"ไปเจออะไรมาวันนี้"
สีหน้าของนักรบหนุ่มแห่งซาเรสไม่เปลี่ยนแม ้แต่กระผีก บางทีเขาอาจจะไม่กระพริบตาก็ได้
"โซโร นายรู้เรื่องประเทศฉันดีแค่ไหน"
ท่าทางไอ้นี่มันจะอยู่ห้องเดียวกับกัสนานเ กินไปจนติดนิสัยย้อนคำถามมาซะแล้ว นักดาบแห่งแกรนด์ไลน์คิด คิ้วขมวดมุ่นเมื่อพยายามนึกเรื่องวิชาสังค มศาสตร์เอเดนที่เคยเรียนมา แต่ก็ไม่ได้โล้ไม่ได้พายสักเท่าไรเพราะตัว เองก็หลับตลอดตั้งแต่ปีหนึ่ง
"นิดหน่อย นายก็รู้ว่าฉันนั่งหลับ ส่วนคนซาเรสในป้อมเรา...อาชูร่าก็กินอย่าง เดียว นายก็...ไม่ค่อยตื่น แถมบรรยากาศห้องนายมันก็อึมครึมเพราะกัสกั บนิกส์ เหลือไอ้คิลอีกคนเดียว มันก็เหมือนจะไม่ค่อยรู้เรื่องโลกภายนอกสั กเท่าไหร่" พูดถึงตรงนี้เด็กหนุ่มก็อดหัวเราะขำไม่ได้ "นักฆ่าในหอคอยงาช้าง เจ้าชายในหอคอยงาช้าง กับเจ้าหญิงปากหมา ฉันว่ามันไม่แปลกเอาซะเลยที่ป้อมปีเรามันต ้องเจอวิบากกรรมเป็นนิจสิน"
"ตระกูลฟีลมัสน่ะรวย ส่วนอาชูร่า...หมอนั่นมันคงกินดับทุกข์จนต ิดนิสัย" เดทอธิบายกับคำถามที่ไม่ได้ถามโดยทำเหมือน ไม่ได้ยินคำถามตัวจริง ร้ายกว่านั้นคือสีหน้าเพื่อนยิ่งอัพเกรดขึ ้นจากปลาตาย เป็นปลาอืด "ฉันเอง เป็นนักรบซาเรส ฉันก็ชินอยู่แล้วเรื่องคนตาย...เพราะงั้นถ ้านายคิดว่าฉันช็อกเพราะไปเจออะไรมา เลิกคิดได้เลยเพื่อน"
---
จะว่าไปแล้ว คนไทยพักหลัง ๆ นี่ได้คิดถึงหัวใจกษัตริย์กันบ้างหรือเปล่ าหว่า?
ซีรีย์ส์ตัวประกอบ - ตัวละครหลัก โร,ซีบิล,ครี้ด เซ็ทที่โดนคัดทิ้งเร็วที่สุดด้วยเหตุผลว่า
สินค้าตัวอย่าง :
ห้องที่สองงั้นหรือ
โร เซวาเรสคิดอย่างรู้สึกหลุดความคาดหมายขณะห
เฟริน เดอโบโรว์
แปลก ทั้ง ๆ ที่เขาจำชื่อของ 'คนน่าสนใจ' ในชั้นปีนี้ได้ทุกคนตั้งแต่ก่อนมาสมัครแท้ ๆ แต่เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้แม้แต่สักครั้งเ
เด็กหนุ่มส่ายหัวพรึ่บ ประตูห้องอยู่ตรงหน้า เพื่อนร่วมห้องสองคนยืนอยู่ข้างหลัง นี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคิดเรื่องไร้สาระ เขาเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู (เป็นงานหนักเอาการเมื่อคิดถึงน้ำหนักของส
"ถ้าห้องน่าอยู่ก็คงจะดีนะ"
"น่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ หอพักของโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กน่าจะด
ส่วนรูมเมทคนผมยาวกว่าของเขากลับผิวปากหวื
"ก็จริงของนาย" โรหัวเราะพลางเปิดประตูออก ครี้ด ธันเดอร์ เดอะวอริเออร์ ออฟ ไนล์ นายตาเดียวคนนี้ก็ดูจะไม่เลวร้ายอะไรนัก เขาไม่ถนัดคนเสียงดังแบบนี้ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ไม่ชอบ
เมื่อทั้งสามคนปิดประตูห้องตามหลังไปแล้ว โรก็พบความจริงข้อหนึ่งว่า สงครามการจองเตียงอันเลื่องลือของป้อมอัศว
"ผมขอทางขวาได้ไหมครับ ติดกับทิศตะวันออก เวลาสวดมนตร์เช้าจะได้ไม่รบกวนคนอื่น" นักบวชแห่งบารามอสขอร้องด้วยใบหน้าเหมือนล
"ฉันเอาตรงกลางละกัน เข้าห้องมาเจอเตียงเลย ง่ายดี" นักรบแห่งไนล์แจกแจงด้วยเหตุผล พร้อมทั้งหิ้วกระเป๋าเข้าไปวางจองอย่างไม่
ทิ้งให้ขอทานแห่งทริสทอร์ยืนทำตาปริบ ๆ อยู่หน้าประตูด้วยอาการหลุดความคาดหมายคำร
ท่านทวดครับ ท่านพ่อครับ ไหนล่ะครับสงครามแย่งเตียงที่เต็มไปด้วยเล
"เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนะครับ" เด็กหนุ่มหน้าหวานเริ่มอย่างคนมีมารยาทงาม เมื่อเห็นว่ารูมเมททุกคนในห้องเข้าที่กันด
"โร เซวาเรส ขอทานจากทริสทอร์ มาเรียนที่นี่เพื่อเปลี่ยนอาชีพ" เขาต่อ ยิ้มนิด ๆ ...ว่าไปแล้วก็ไม่ได้โกหก "ยินดีที่ได้รู้จัก"
"ครี้ด ธันเดอร์ จากไนล์" นายตาเดียวยังคงฉีกยิ้มกว้าง ทำให้รู้สึกว่านี่คงเป็นแบบฉบับของเขา "ขอทานเรอะ นายไปได้เงินค่าเล่าเรียนมาจากไหนกัน อย่าบอกนะว่าเงินขอทานน่ะพอ"
"เงินค่าสมัครน่ะเยอะก็จริง แต่นายก็ไม่ควรเข้าใจผิดเรื่องกลยุทธ์ทางธ
"หือ" ครี้ดเลิกคิ้ว หน้าตาสนุกเต็มที่ในขณะที่ซีบิลตาโตเท่าไข
"รู้อะไรรู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล" โรย้อนด้วยบทกลอนจากวรรณคดีโบราณของฟรานซ์ "ฉันไม่ได้เชี่ยวชาญในอาชีพนักหนานี่ ถ้าไม่ชำนาญ ไปทำอย่างอื่นซะไม่ดีกว่ารึ แล้วในเอเดนนี่จะมีโรงเรียนสายอาชีพที่ไหน
เซ็ทกิลดิเรก - เรื่องของสมดุลอำนาจกับความตึงเครียดทางกา
สินค้าตัวอย่าง :
บรรยากาศในเกวียนเริ่มกร่อยสนิทภายในสิบสา
โคลว์ อาร์มสตรองหันหน้าไปมองทางซ้าย รู้สึกเหมือนจะร้องไห้เต็มทน ที่หน้าต่างซ้ายมือของเกวียนสุดแคบ (สำหรับเขา) มีร่างผอมบางของเพื่อนร่วมสถาบันชาติ ศาสนา และหอพักโรงเรียนกินนอนคนหนึ่งนั่งอยู่ ผมเปียสีเงินยาวลุ่ย ๆ ออกเหมือนเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจ เด็กหนุ่มดูสงบราวกับกำลังทำพิธีศีลจุ่มอย
ก็เขาไม่เคยคุยกับกัสนี่ แต่จะไม่พูดอะไรเลยก็เหมือนจะอึดอัดเกินไป ก็เลยแค่ถามว่าจะให้เขาช่วยแก้เปียให้ใหม่
ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลย
คิดได้ดังนั้นแล้วตาของผู้มีศักดิ์ทางศาสน
เอ็ดเวิร์ด ลอเรนโซ่ อีกหนึ่งนักบวชหนุ่มร่วมป้อมและร่วมชาติขอ
อยากกินซาละเปาดับทุกข์จัง
บิชอปแห่งกิลดิเรกได้แต่คิดคร่ำครวญในขณะท
ตอนแรก เขาดีใจแทบตายที่บังเอิญไปเจอกัสกับเอ็ดเว
อุตส่าห์ตื่นเต้นมากมาย แล้วนี่มันอะไรกัน เขาอาจจะทำให้ทั้งสองคนตกใจที่อยู่ ๆ ก็มาขอติดเกวียนไปด้วย แต่ก็ไม่เห็นต้องห่างเหินเลยนี่นา
บิชอปตัวป้อมก้มลงมองพื้นอย่างเศร้าสลด
กว่าโคลว์ผู้น่าสงสารจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเ
****
ตั้งแต่จำความได้ ทุกครั้งที่มีคนถามว่าอนาคตอยากเป็นอะไร เขาจะตอบเสมอว่า "นักดาบลือนาม ผู้ไร้พ่ายทุกสารทิศ"
ตั้งแต่จำความได้ ช่วงเช้าของทุกวันจะประกอบไปด้วยซุปข้าวโอ
เป็นเวลาสิบสองปีที่เอ็ดเวิร์ด ลอเรนโซ่ สาบานตนให้แก่วิถีแห่งดาบ
ปีที่สิบสาม เช้าที่แตกต่างออกไป เช้านี้ยังเป็นเช้าที่สดใส ฤดูกาลที่สวยที่สุดของปี ในช่วงเดือนนี้ของทุกปีเด็กในหมู่บ้านของเ
อย่างแรก เอ็ดเวิร์ดไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว อย่างที่สอง เขาไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านที่เขาเกิดมา
เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่แจ้งด
เมื่อระฆังดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เอ็ดเวิร์ดก็ออกจากห้องของตัวเองไปแล้ว ทุกคนจะต้องออกไปจากห้องพักก่อนฟ้าขึ้นสีเ
เขาเดินไปรวมกับทุกคนที่โรงอาหาร ตึกหินเก่าแก่ทำท่าจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ ทุกคนใส่เสื้อคลุมขาวน้ำเงินแบบเดียวกัน มีบางคนเท่านั้นที่มีแถบสีเหลืองติดที่รอบ
ระฆังดังขึ้นเป็นครั้งที่สี่ เป็นสัญญาณให้นั่ง เก้าอี้ไม้เก่าคร่ำคร่า บนโต๊ะยาวจากหัวห้องไปจนถึงท้ายห้องมีชามว
*****
เซ็ทข้าวแกงปริศนา : รู้สึกเหมือนจะเคยแปะตอนแรกตอนย้าย journal ใหม่ ๆ แต่ไหน ๆ ก็คงไม่มีปัญญาเขียนตอนที่สอง --- เล่านิดนึงละกันนะคะ ข้าวแกงที่ว่าเป็นปัญหาคืออยู่ ๆ ข้าวแกงสำเร็จรูปในโรงครัวเอดินเบิร์กก็หา
Vignette เหตุเกิดในเล่มสี่ : สงครามเอเดน - เดมอสกับบรรดาตัวประกอบและหัวใจกษัตริย์ เกือบจบแล้ว แต่ก่อนจะจบก็ได้ทุนซะก่อนน่ะค่ะ...กว่าจะ
สินค้าตัวอย่าง :
"แผลไม่หนักหนาสาหัสอะไรมากครับ พักผ่อนให้สบาย อีกสักวันสองวันก็น่าจะกลับสนามรบได้แล้ว แต่ต้องไม่ฝืนตัวเองเกินไปนะครับ" เด็กหนุ่มหน้าตาดีในชุดเครื่องแบบของกองเด
ตามปกติแล้ว รอยยิ้มนี้ควรได้รับตอบแทนด้วยรอยยิ้มจากผ
"ไม่ฝืน หมายความว่าจะให้ฉันไปทำตัวเป็นตัวถ่วงเขา
นักรบบาดเจ็บชาวคาโนวาลแยกเขี้ยวให้เด็กหน
"ดูจากเสื้อของเธอแล้ว คงเป็นกองเดินสารที่ส่งมาจากเอดินเบิร์กสิ
"ผม..."
เด็กหนุ่มขยับปากจะตอบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้พูดอะไรมากกว่า
"แย่แล้ว"
เขาอุทาน ก่อนจะยันตัวขึ้นอย่างเร่งรีบด้วยคทาเวทมน
"นั่นไง เจ้าหนุ่ม งานของเธอมาแล้วใช่ไหมล่ะ"
พูดพลางชี้มือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกไปที่ป
"กลับไปทำงานของเธอซะ"
เด็กหนุ่มหันมามองหน้าเขาเหมือนอยากพูดอะไ
ผมแค่อยากทำทุกอย่างที่ทำได้
นักรบคาโนวาลไม่ได้ยินเสียงเบา ๆ ของเด็กคนนั้น เสียงของเด็กหนุ่ม ที่เหมือนจะตอบกับตัวเองมากกว่ากับใครที่ไ
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เขาก็แค่อยากทำทุกอย่างที่ทำได้ พยายามให้สุดกำลัง สุดหัวใจ อย่างน้อยจะได้มีคำปลอบโยนยามผิดหวังว่า ทำดีที่สุดแล้ว...
เขาแค่อยากทำทุกอย่างที่ทำได้ ก็เท่านั้น
ฟ้ามืด พระจันทร์ส่องแสงสว่าง นวลเย็นอย่างไม่น่าเชื่อท่ามกลางแสงสีแดงร
แองเจลิน่า โรมานอฟ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงดังโครมบนผ้าที่วางไว้บนกอง
ฝันร้าย ทุกอย่างเหมือนกับฝันร้าย นับตั้งแต่วันนั้นที่เอดินเบิร์ก
เฟริน เดอโบโรว์ หัวหน้าชั้นปีที่พึ่งไม่ได้ นายคนนั้นที่พึ่งไม่เคยได้ คนที่เอาแต่ทำหน้าทะเล้น หาเรื่องยุ่งมาให้คนอื่นวุ่นวายไม่เว้นแต่
เฟลิโอน่า เกรเดเวล เจ้าหญิงเดมอส ธิดาแห่งความมืด ลูกสาวของจ้าวปีศาจเอวิเดส ศัตรูของพวกเธอในคราวนี้ ศัตรูที่ผ่านมาตลอดห้าพันปี...
เฟริน เป็นสิ่งที่แตกต่างจากพวกเธอขนาดนี้เชียวห
แค่คิด แองเจลิน่าก็ไม่สามารถยับยั้งมือของตัวเอง
แย่ที่สุด แย่ที่สุด ไม่ว่าหมอนั่นจะเป็นใคร...
เธอก็ไม่ควรจะกลัวเพื่อนของตัวเอง...ไม่คว
เธอเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้
ตั้งแต่วันนั้นมา ทุกอย่างก็เหมือนเปลี่ยนไป การที่ผู้คุมกฎแห่งป้อมอัศวินกลายเป็นคนทร
ยังไม่นับรวมถึงเรื่องของคาโล หัวหน้าชั้นปีที่ตั้งแต่ถูกพาตัวกลับมาก็ย
แต่มีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป
แองเจลิน่ารู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่
วันนี้ เสียงหัวเราะของครี้ดเหมือนจะเครียดขึ้น เบาขึ้น โกรธแค้นยิ่งขึ้น หรือเปล่านะ?
หมอนั่นแค้นใครหรือ
วันนี้ ยิ้มของซีบิล เหมือนจะแห้งเหือดลงหรือเปล่า?
หมอนั่นสิ้นหวังกับอะไรหรือ
วันนี้ มาทิลด้าไม่ได้ตบโต๊ะให้ทุกคนอยู่ในความสง
ทุกคนค่อย ๆ เงียบกันไป เพราะอะไรหรือ
อดถามคำถามพวกนี้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รู้คำตอบดี
มีอะไรบางอย่างแตกร้าว เว้าแหว่ง ไม่รู้จะหาเติมเต็มที่ตรงไหน และไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของเพื่อนร่วมป้อม
ทหารที่มาจากประเทศต่าง ๆ เขาคิดกันอย่างนี้หรือเปล่านะ
แองเจลิน่าไม่ทันได้คิดหาคำตอบของคำถามนั้
เธอตัดสินใจที่จะแกล้งทำเป็นหลับ ก็ใช้ข้ออ้างว่าเหนื่อยขอตัวออกมาจากโต๊ะอ
แม่มดแห่งวิทช์ค่อย ๆ หลับตาลง ปิดโลกที่รับรู้ได้ให้เหลือเพียงการได้ยิน กลิ่น และสัมผัสสาก ๆ ของผ้าปูฟางเท่านั้น
แม้เวลาที่รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นควันไฟและค
ทิวดอร์คิดในใจขณะเท้าแขนนั่งฟังอย่างสงบอ
ถ้าท่านแม่ได้ยินเข้า จะว่ายังไงกันนะ
เสียงพิณของเพื่อนร่วมชั้นเรียนฟังดูดีกว่
นายทหารคนนั้น อายุไม่น่าจะเกินสิบแปดปี
ปีนี้เขาอายุสิบหก แม้จะอ่อนกว่า แต่เขาก็มั่นใจในฝีมือตัวเองไม่ใช่หรือไง?
น่าเจ็บใจ
เพลงเปลี่ยน จังหวะเปลี่ยน จากดนตรีรักหวานซึ้งกลายเป็นทำนองสูงก้องเ
นิกส์ เพื่อนที่แทบไม่เคยได้คุยกัน หมอนั่นไปเรียนเพลงมากมายพวกนี้มาจากไหน
เขาคิดถึงเพลงประจำท้องถิ่นของวิทช์ เพลงเห่เรือที่พวกคนหนุ่มจะร้องรับกับหญิง
เขาเคยทะเลาะกับท่านแม่ใหญ่โตกับเรื่องที่
ถ้าท่านแม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่แนวหน้า ท่านแม่จะว่าอย่างไรนะ ไม่สิ ยังไงท่านก็ต้องรู้อยู่แล้ว รวมถึงเรื่องปัจจัยเหตุและผลอื่น ๆ ด้วย
นักดนตรีหนุ่มเปลี่ยนเพลงอีกครั้งหนึ่ง เปลี่ยนจังหวะจากช้าและแสนเหงาเป็นเร็ว ดุดัน และเต็มไปด้วยพลังของความโกรธและความภูมิใ
"นายไม่คิดจะนอนหรือไงวันนี้"
โซโร วันวิลเงยหน้าถามเพื่อนร่วมป้อมของเขา หลังจากก้มหน้างุดกับการดูแลดาบเป็นเวลานา
คนที่นั่งตรงข้ามเขา เดท ไฟเออร์ ผู้มักจะหลับได้เสมอไม่เว้นเวลาและสถานที่
"นอนไม่หลับ"
เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่สำหรับโซโรแล้วเป็นตัวยืนยันได้ดีว่าวั
"ไปเจออะไรมาวันนี้"
สีหน้าของนักรบหนุ่มแห่งซาเรสไม่เปลี่ยนแม
"โซโร นายรู้เรื่องประเทศฉันดีแค่ไหน"
ท่าทางไอ้นี่มันจะอยู่ห้องเดียวกับกัสนานเ
"นิดหน่อย นายก็รู้ว่าฉันนั่งหลับ ส่วนคนซาเรสในป้อมเรา...อาชูร่าก็กินอย่าง
"ตระกูลฟีลมัสน่ะรวย ส่วนอาชูร่า...หมอนั่นมันคงกินดับทุกข์จนต
---
จะว่าไปแล้ว คนไทยพักหลัง ๆ นี่ได้คิดถึงหัวใจกษัตริย์กันบ้างหรือเปล่